สวัสดีเพื่อนๆ สมาชิก ครูต้นไผ่ดอทคอม ทุกท่านครับ วันนี้พบกับ ครูต้นไผ่ดอทคอม เช่นเคยครับ วันนี้แอดมินมีไฟล์มาแนะนำให้เพื่อนๆ สมาชิกได้ดาวน์โหลดไปใช้งาน เป็นไฟล์ ตัวอย่าง 50 กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน ซึ่งเพื่อนๆ สมาชิกสามารถดาวน์โหลดนำศึกษาและนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินการออกแบบกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับนักเรียน ตามบริบทของห้องเรียน ได้ครับ แอดมินขอแนะนำไฟล์ ตัวอย่าง 50 กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน ตามรายละเอียดดังนี้ ครับ
ดาวน์โหลดฟรี ตัวอย่าง 50 กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน เรียบเรียงโดย นางสาวมาติกา วรรณโกวิท

50 กิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่เด็กไทยต้องลอง เปิดโลกการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน
การอ่านเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ในการพัฒนาเด็กไทยให้เป็นคนเก่ง มีคุณภาพ และเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ในยุคที่เทคโนโลยีล้ำหน้า และสื่อดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กๆ กลายเป็นความท้าทายที่ผู้ปกครอง ครู และสังคมต้องร่วมมือกันแก้ไข
การส่งเสริมการอ่านไม่ใช่เพียงแค่การบังคับให้เด็กนั่งอ่านหนังสือเท่านั้น แต่ต้องสร้างบรรยากาศที่สนุกสนาน น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของเด็กแต่ละช่วง เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึกดีต่อการอ่าน และพัฒนาเป็นนิสัยที่ติดตัวไปตลอดชีวิต กิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่หลากหลายจะช่วยให้เด็กได้สัมผัสกับความสนุกในการเรียนรู้ ขยายจินตนาการ และพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นธรรมชาติ
การจัดกิจกรรมอ่านหนังสือก่อนนอน เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในครอบครัวไทย ผู้ปกครองสามารถเลือกหนังสือที่เหมาะสมกับวัยของลูก อ่านให้ฟังด้วยเสียงที่อ่อนโยน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น และให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการเลือกหนังสือที่ตนเองสนใจ กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็กหลับง่ายขึ้น แต่ยังสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพ่อแม่และลูก พร้อมทั้งปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่เล็ก
การสร้างมุมหนังสือส่วนตัวให้กับเด็ก เป็นการจัดพื้นที่พิเศษที่ทำให้เด็กรู้สึกว่าการอ่านเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่า มุมหนังสือควรตกแต่งให้น่าสนใจ มีแสงสว่างเพียงพอ มีหมอนหรือเบาะนั่งที่นุ่มสบาย และจัดหนังสือให้เด็กเอื้อมถึงได้ง่าย การให้เด็กมีส่วนร่วมในการตกแต่งมุมหนังสือของตนเอง จะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ และอยากใช้พื้นที่นั้นในการอ่านมากขึ้น
การเล่าเรื่องแบบมีปฏิสัมพันธ์ เป็นวิธีการที่ช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมในเนื้อเรื่องมากกว่าการอ่านแบบเดิมๆ ผู้ใหญ่สามารถหยุดเล่าเรื่องในจุดที่น่าตื่นเต้น แล้วให้เด็กทายว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น หรือถามความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวละครในเรื่อง การใช้เสียงประกอบ การแสดงท่าทาง และการเปลี่ยนน้ำเสียงตามตัวละครต่างๆ จะทำให้เรื่องราวมีชีวิตชีวา และดึงดูดความสนใจของเด็กได้มากขึ้น
การจัดกิจกรรมแข่งขันอ่านหนังสือภายในครอบครัว สามารถสร้างแรงจูงใจให้เด็กอ่านหนังสือมากขึ้น โดยกำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมตามวัย เช่น อ่านหนังสือสัปดาห์ละ 2 เล่ม หรือเดือนละ 8 เล่ม และให้รางวัลที่เด็กชื่นชอบเมื่อทำได้ตามเป้าหมาย รางวัลไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง อาจเป็นการไปเที่ยวที่เด็กอยากไป การซื้อหนังสือเล่มใหม่ หรือการได้เลือกกิจกรรมในวันหยุด
การสร้างหนังสือเล่มเล็กด้วยตัวเอง เป็นกิจกรรมที่ผสมผสานระหว่างการอ่านและการสร้างสรรค์ เด็กสามารถเขียนเรื่องราว วาดรูปประกอบ หรือตัดภาพจากนิตยสารมาแปะ เพื่อสร้างหนังสือที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง กิจกรรมนี้ช่วยให้เด็กเข้าใจกระบวนการสร้างหนังสือ เห็นคุณค่าของงานเขียน และสร้างความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง
การใช้เทคโนโลยีช่วยในการส่งเสริมการอ่าน ไม่ได้หมายความว่าต้องให้เด็กจ้องหน้าจออย่างเดียว แต่สามารถใช้แอปพลิเคชันการอ่าน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีเสียงประกอบ หรือเกมการอ่านที่สร้างความสนุกสนาน การผสมผสานระหว่างหนังสือเล่มและสื่อดิจิทัล จะช่วยให้เด็กได้สัมผัสกับการอ่านในรูปแบบที่หลากหลาย และเหมาะสมกับยุคสมัย
การจัดทริปไปห้องสมุด หรือร้านหนังสือ เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับเด็ก การได้เห็นหนังสือจำนวนมาก การได้เลือกหนังสือด้วยตนเอง และการได้พบเจอกับเด็กคนอื่นๆ ที่ชอบอ่านหนังสือเช่นกัน จะทำให้เด็กรู้สึกว่าการอ่านเป็นกิจกรรมที่สนุกและเป็นที่นิยม ผู้ปกครองควรให้เด็กได้เลือกหนังสือเองตามความสนใจ แม้ว่าอาจไม่ใช่หนังสือที่ผู้ใหญ่คิดว่าเหมาะสมที่สุด
การจัดกิจกรรมการอ่านแล้ววาดรูป ช่วยให้เด็กแสดงออกถึงความเข้าใจเนื้อเรื่องผ่านภาพวาด เด็กสามารถวาดตัวละครที่ชื่นชอบ ฉากที่ประทับใจ หรือจุดจบที่คิดว่าน่าจะเป็น การวาดรูปประกอบการอ่านจะช่วยกระตุ้นจินตนาการ พัฒนาทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ และทำให้เด็กจดจำเนื้อเรื่องได้ดีขึ้น
การเล่นเกมคำศัพท์จากหนังสือที่อ่าน เป็นวิธีการทบทวนและเสริมสร้างความเข้าใจในเนื้อหา ผู้ปกครองสามารถสร้างเกมง่ายๆ เช่น การให้เด็กหาความหมายของคำใหม่ การใช้คำศัพท์ในประโยค หรือการเล่นเกมเดาคำจากนิยาม กิจกรรมเหล่านี้ช่วยขยายพลังคำศัพท์ของเด็ก และทำให้การอ่านสนุกมากขึ้น
การสร้างบันทึกการอ่าน หรือไดอารี่หนังสือ ช่วยให้เด็กติดตามความก้าวหน้าของตนเอง และระลึกถึงเรื่องราวที่อ่านไปแล้ว เด็กสามารถเขียนสรุปเรื่อง ความคิดเห็นส่วนตัว คะแนนที่ให้หนังสือ หรือแม้แต่การวาดรูปประกอบ บันทึกการอ่านยังช่วยพัฒนาทักษะการเขียน และการคิดวิเคราะห์อีกด้วย
การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือ ระหว่างเพื่อนหรือญาติ เป็นวิธีการที่ประหยัด และสร้างความตื่นเต้นให้กับเด็ก การได้หนังสือเล่มใหม่จากเพื่อน พร้อมทั้งการแนะนำเนื้อเรื่องจากคนที่อ่านแล้ว จะทำให้เด็กมีความกระตือรือร้นในการอ่านมากขึ้น กิจกรรมนี้ยังช่วยสร้างมิตรภาพ และการแบ่งปันที่ดีอีกด้วย
การใช้การอ่านเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ช่วยให้เด็กเห็นคุณประโยชน์ของการอ่านในชีวิตจริง เมื่อเด็กสงสัยเรื่องไดโนเสาร์ ผู้ปกครองสามารถหาหนังสือเกี่ยวกับไดโนเสาร์มาให้อ่าน เมื่อเด็กอยากทำอาหาร ก็หาหนังสือสูตรอาหารเด็กมาให้ดู การเชื่อมโยงการอ่านกับความสนใจและความต้องการในชีวิตจริง จะทำให้เด็กเข้าใจว่าการอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญในการหาความรู้
การจัดกิจกรรมละครจากหนังสือ ให้เด็กได้แสดงเป็นตัวละครในเรื่องที่อ่าน เป็นวิธีการที่สนุกสนานและช่วยให้เด็กเข้าใจเนื้อเรื่องลึกซึ้งขึ้น เด็กต้องศึกษาบุคลิกของตัวละคร ความรู้สึก และการกระทำในแต่ละฉาก กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาความมั่นใจ ทักษะการสื่อสาร และความคิดสร้างสรรค์
การสร้างแผนที่ความคิดจากเนื้อเรื่องที่อ่าน ช่วยให้เด็กเรียนรู้การจัดระเบียบความคิด และเข้าใจโครงสร้างของเรื่องราวได้ดีขึ้น เด็กสามารถวาดแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร ลำดับเหตุการณ์ หรือสถานที่สำคัญในเรื่อง การสร้างแผนที่ความคิดยังช่วยในการจดจำและทบทวนเนื้อหาอีกด้วย
การใช้หนังสือเป็นแรงบันดาลใจในการทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น หลังจากอ่านหนังสือเกี่ยวกับการทำสวน ก็พาเด็กไปปลูกต้นไม้จริงๆ หรือหลังจากอ่านหนังสือเกี่ยวกับการทำอาหาร ก็ลองทำอาหารตามสูตรในหนังสือ การเชื่อมโยงการอ่านกับการลงมือปฏิบัติจริง จะทำให้เด็กเห็นคุณค่าของความรู้ที่ได้จากหนังสือ
การอ่านหนังสือพร้อมกับการฟังเพลงหรือเสียงธรรมชาติ อาจช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และช่วยให้เด็กบางคนที่มีปัญหาในการสมาธิ สามารถอ่านได้นานขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกเพลงหรือเสียงที่ไม่รบกวนการอ่าน และเหมาะสมกับบุคลิกของเด็กแต่ละคน
การจัดกิจกรรมแข่งขันเล่าเรื่องภายในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน โดยให้เด็กเล่าเรื่องที่อ่านมาให้คนอื่นฟัง กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการพูด ความมั่นใจ และการจัดระเบียบความคิด พร้อมทั้งช่วยให้เด็กคนอื่นๆ ได้รู้จักหนังสือใหม่ๆ ที่น่าสนใจ
การสร้างกิจกรรมการอ่านแบบหมุนเวียน ในกลุ่มเพื่อนหรือในชั้นเรียน โดยให้เด็กแต่ละคนอ่านหนังสือคนละเล่ม แล้วมาเล่าสรุปให้เพื่อนๆ ฟัง จากนั้นหมุนเปลี่ยนหนังสือให้คนอื่นอ่านต่อ วิธีนี้ช่วยให้เด็กได้อ่านหนังสือหลากหลายเล่ม โดยไม่ต้องซื้อหนังสือเองทุกเล่ม
การใช้หนังสือเสียงประกอบการอ่าน โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่เพิ่งเริ่มอ่าน หรือเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ การฟังเสียงพร้อมกับการมองตัวอักษร จะช่วยให้เด็กเรียนรู้การออกเสียง เข้าใจความหมาย และพัฒนาทักษะการอ่านได้ดีขึ้น
การสร้างเกมเดาเรื่องจากรูปภาพในหนังสือ โดยให้เด็กดูรูปภาพจากหนังสือ แล้วทายว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร หลังจากนั้นค่อยอ่านเนื้อเรื่องจริงเพื่อเปรียบเทียบ กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาจินตนาการ ทักษะการสังเกต และความสามารถในการคาดเดา
การจัดกิจกรรมการอ่านในสถานที่แปลกใหม่ เช่น ในสวน ริมแม่น้ำ หรือในคาเฟ่ การเปลี่ยนบรรยากาศในการอ่านจะช่วยให้เด็กรู้สึกตื่นเต้น และมองการอ่านเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน ไม่ใช่หน้าที่ที่น่าเบื่อ
การใช้การอ่านเป็นรางวัล แทนที่จะเป็นการบ้าน เมื่อเด็กทำดีหรือประพฤติดี ให้เวลาพิเศษในการอ่านหนังสือที่ชอบ หรือให้เลือกหนังสือใหม่ วิธีนี้จะช่วยให้เด็กมองการอ่านในแง่บวก และรู้สึกว่าการอ่านเป็นสิทธิพิเศษ ไม่ใช่ภาระ
การสร้างกิจกรรมการอ่านแบบสืบสวนสอบสวน โดยให้เด็กอ่านหนังสือลึกลับหรือนิทานนักสืบ แล้วให้ลองไขปริศนาหรือหาเบาะแสไปพร้อมกับตัวละคร กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และทำให้การอ่านน่าตื่นเต้นมากขึ้น
การใช้หนังสือในการสอนคุณธรรมและจริยธรรม โดยเลือกหนังสือที่มีข้อคิดดีๆ แล้วนำมาพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับบทเรียนที่ได้จากเรื่องราว การเชื่อมโยงเนื้อหาในหนังสือกับชีวิตจริง จะช่วยให้เด็กเรียนรู้คุณค่าที่สำคัญ และเข้าใจว่าหนังสือไม่ได้ให้แค่ความบันเทิง แต่ยังให้ความรู้และภูมิปัญญาอีกด้วย
การจัดกิจกรรมการอ่านแบบครอบครัว โดยให้ทุกคนในครอบครัวอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน แล้วมาแบ่งปันความคิดเห็นและความรู้สึกหลังจากอ่านจบ กิจกรรมนี้ช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และให้เด็กได้ฟังมุมมองที่แตกต่างจากคนในวัยต่างๆ
การสร้างคลับหนังสือเล็กๆ กับเพื่อนบ้านหรือเพื่อนในชุมชน โดยให้เด็กๆ มาอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน แล้วมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน กิจกรรมนี้ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้การแสดงความคิดเห็น การฟังผู้อื่น และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี
การใช้เทคนิคการอ่านแบบ “หยุด คิด และทำนาย” โดยในระหว่างการอ่าน ให้หยุดที่จุดที่เหมาะสม แล้วถามเด็กว่าคิดว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เพราะอะไรถึงคิดแบบนั้น และรู้สึกอย่างไรกับตัวละคร เทคนิคนี้ช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมกับเนื้อเรื่องมากขึ้น และพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์
การสร้างกิจกรรมการเขียนจดหมายถึงตัวละครในหนังสือ ให้เด็กเลือกตัวละครที่ชอบหรือไม่ชอบ แล้วเขียนจดหมายบอกความรู้สึก ให้คำแนะนำ หรือถามคำถาม กิจกรรมนี้ช่วยให้เด็กเข้าใจตัวละครลึกซึ้งขึ้น และพัฒนาทักษะการเขียนไปด้วย
การจัดกิจกรรมการอ่านแบบแสดงความรู้สึก โดยให้เด็กแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกของตัวละครผ่านใบหน้า ท่าทาง หรือเสียงพูด กิจกรรมนี้ช่วยให้เด็กเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกที่ซับซ้อน และพัฒนาทักษะทางอารมณ์
“รวมไอเดีย 50 กิจกรรมสนุก อ่านง่าย เข้าใจลึก สำหรับนักเรียนทุกระดับ”
50 กิจกรรมส่งเสริมการอ่านในห้องเรียนเพื่อสร้างความสนุกและการเรียนรู้
การอ่านเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางปัญญาและสังคมของนักเรียน การสร้างนิสัยรักการอ่านตั้งแต่เด็กจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับครูและผู้ปกครอง กิจกรรมส่งเสริมการอ่านสามารถทำให้การอ่านกลายเป็นเรื่องสนุกและท้าทายสำหรับนักเรียน บทความนี้จะนำเสนอ 50 กิจกรรมที่สามารถนำไปปรับใช้ในห้องเรียนได้
- การเล่านิทานจากหนังสือภาพ: ครูเล่าเรื่องและให้นักเรียนช่วยทายตอนจบ
- กิจกรรม “อ่านเงา”: ใช้ไฟฉายส่องเงาจากภาพในหนังสือแล้วให้นักเรียนบอกเรื่องราว
- มุมอ่านหนังสือส่วนตัว: จัดพื้นที่พิเศษให้เด็กเลือกหนังสืออ่านตามอิสระ
- การวาดการ์ตูนจากเรื่องที่อ่าน: นักเรียนวาดการ์ตูนที่เล่าต่อจากหนังสือ
- แลกเปลี่ยนหนังสือ: นักเรียนผลัดกันอ่านหนังสือและแนะนำให้เพื่อนฟัง
กิจกรรมเหล่านี้สามารถสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างเด็กกับการอ่านได้อย่างดีเยี่ยม ครูและผู้ปกครองสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับบริบทของนักเรียนในแต่ละช่วงวัย
ส่งเสริมทักษะการอ่านผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ 50 รูปแบบ
นักเรียนในยุคปัจจุบันเผชิญกับสื่อดิจิทัลที่หลากหลาย ซึ่งอาจทำให้ความสนใจในการอ่านลดลง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านจึงต้องผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนานเพื่อจูงใจให้เด็กหันกลับมารักการอ่าน
- อ่านพร้อมแสดงละคร: นำเนื้อหาจากหนังสือมาสร้างเป็นละครสั้น
- กิจกรรม “สมุดจดรีวิว”: นักเรียนเขียนความประทับใจหรือข้อคิดจากหนังสือที่อ่าน
- การตั้งคำถามปลายเปิด: ครูสร้างคำถามที่กระตุ้นให้นักเรียนคิดเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน
- กิจกรรม “ค้นหาคำศัพท์”: ให้เด็กค้นคำศัพท์ใหม่และสร้างประโยค
- ห้องสมุดเคลื่อนที่: นำหนังสือไปยังสนามเด็กเล่นหรือสถานที่ต่างๆ
การสร้างกิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้นักเรียนเข้าใจว่าการอ่านไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่เป็นกิจกรรมที่สามารถเพลิดเพลินและสร้างแรงบันดาลใจได้
สร้างนิสัยรักการอ่านด้วย 50 กิจกรรมง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้
การอ่านเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การเข้าใจโลก และความสำเร็จในชีวิต บทความนี้รวบรวมกิจกรรมง่ายๆ 50 กิจกรรมที่สามารถส่งเสริมการอ่านในนักเรียนทุกวัย
- สร้างสมุดภาพเรื่องราว: นักเรียนสร้างสมุดภาพที่เล่าถึงเรื่องที่ตนชื่นชอบ
- กิจกรรม “จับคู่หนังสือกับเพลง”: เด็กเลือกเพลงที่เหมาะกับบรรยากาศของเรื่อง
- การอ่านเป็นกลุ่ม: นักเรียนอ่านหนังสือร่วมกันและอภิปรายเรื่องราว
- บัตรคำ “คำถามและคำตอบ”: ครูเขียนคำถามและคำตอบเกี่ยวกับหนังสือให้นักเรียนจับคู่
- ชมรมหนังสือประจำเดือน: นักเรียนเลือกหนังสือที่ชอบและแบ่งปันความคิดเห็น
การสร้างนิสัยรักการอ่านต้องอาศัยความต่อเนื่องและความหลากหลาย กิจกรรมเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางที่ครูสามารถนำไปใช้เพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนและสร้างรากฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ตัวอย่างไฟล์ ตัวอย่าง 50 กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน




