เจาะลึกแนวทางการดำเนินงานโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สรุปครบทุกมิติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
การศึกษาถือเป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า รัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ได้วางแนวทางที่ชัดเจนและครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กไทยทุกคนจะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกับรายละเอียด งบประมาณ และหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่สำคัญของโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ผู้บริหารสถานศึกษา ครูบุคลากร และผู้ปกครองควรรับทราบเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน

หลักการและแนวคิดพื้นฐานในการดำเนินงาน
การดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า แต่เป็นการสานต่อและพัฒนาจากรากฐานที่วางไว้อย่างมั่นคง โดยยึดหลักการและแนวทางเดิมของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มาเป็นต้นแบบ และนำมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน การดำเนินการนี้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ซึ่งได้เห็นชอบการปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวตามความจำเป็นพื้นฐาน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป การยึดถือแนวทางนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาระดับคุณภาพการศึกษาและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในระยะยาว การวางแผนงานจึงมีความต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อให้โรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ภาพรวมงบประมาณและการจัดสรรเพื่ออนาคตของชาติ
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รัฐบาลได้ทุ่มเททรัพยากรเพื่อการศึกษาเป็นจำนวนมหาศาล โดยมีการจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้นกว่า 41,299,544,700 บาท ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความตั้งใจจริงที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนไทยทุกคน งบประมาณก้อนใหญ่นี้ไม่ได้ถูกใช้จ่ายอย่างสะเปะสะปะ แต่ถูกแบ่งสรรปันส่วนออกเป็น 5 หมวดหมู่หลักอย่างชัดเจน เพื่อให้ครอบคลุมทุกความจำเป็นพื้นฐานของผู้เรียน การแบ่งหมวดหมู่นี้ช่วยให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ อีกทั้งยังช่วยให้สถานศึกษาสามารถวางแผนการใช้จ่ายเงินได้อย่างตรงจุดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียนในความดูแล
เจาะลึกรายการสนับสนุนที่ 1 ค่าจัดการเรียนการสอน
รายการแรกและเป็นรายการที่มีสัดส่วนงบประมาณมากที่สุดคือ ค่าจัดการเรียนการสอน ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณสูงถึง 24,385,825,600 บาท เงินจำนวนนี้มีความสำคัญเปรียบเสมือนหัวใจของการจัดการศึกษา เพราะครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลายส่วนที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนโรงเรียน ส่วนประกอบสำคัญภายในหมวดนี้ได้แก่ เงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งเป็นเงินพื้นฐานที่รัฐมอบให้โรงเรียนนำไปบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพวิชาการ นอกจากนี้ยังรวมถึงเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้สามารถมาโรงเรียนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และส่วนสุดท้ายคือเงินอุดหนุนค่าอาหารนักเรียนประจำพักนอน สำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนพักค้างคืน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กๆ จะได้รับโภชนาการที่ดีและมีสุขภาพแข็งแรงพร้อมสำหรับการเรียนรู้
เจาะลึกรายการสนับสนุนที่ 2 ค่าหนังสือเรียน
ความรู้คืออาวุธทางปัญญา และหนังสือเรียนคือคลังความรู้ที่สำคัญที่สุด รัฐบาลจึงได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 5,057,279,100 บาท สำหรับค่าหนังสือเรียนโดยเฉพาะ การจัดสรรในส่วนนี้จะคำนวณตามมูลค่าหนังสือต่อชุดตามระดับชั้นเรียนที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนในแต่ละระดับชั้น ตั้งแต่อนุบาล ประถมศึกษา จนถึงมัธยมศึกษา จะได้รับหนังสือเรียนที่มีคุณภาพ ทันสมัย และสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน การมีหนังสือเรียนที่ครบถ้วนจะช่วยให้นักเรียนสามารถทบทวนบทเรียนได้ด้วยตนเอง และช่วยให้ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การลงทุนในหนังสือเรียนจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและส่งผลโดยตรงต่อสัมฤทธิผลทางการศึกษา
เจาะลึกรายการสนับสนุนที่ 3 ค่าอุปกรณ์การเรียน
นอกเหนือจากหนังสือเรียนแล้ว อุปกรณ์การเรียนยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างทักษะและจินตนาการของผู้เรียน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รัฐได้จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ไว้ที่ 2,856,065,400 บาท โดยมีการจัดสรรเป็นอัตราต่อคนต่อภาคเรียน เงินสนับสนุนในส่วนนี้เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและนักเรียนสามารถนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น สมุด ปากกา ดินสอ สี หรืออุปกรณ์ทางเทคโนโลยีอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน การสนับสนุนค่าอุปกรณ์การเรียนช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายยิบย่อยในครัวเรือน และช่วยให้นักเรียนมีความพร้อมในการทำกิจกรรมต่างๆ ในห้องเรียนได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความขาดแคลน
เจาะลึกรายการสนับสนุนที่ 4 ค่าเครื่องแบบนักเรียน
เครื่องแบบนักเรียนไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของสถาบันการศึกษา แต่ยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างระเบียบวินัยและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 3,520,126,500 บาท สำหรับค่าเครื่องแบบนักเรียน โดยจัดสรรเป็นอัตราต่อคนต่อปี การสนับสนุนนี้ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถจัดหาชุดนักเรียน ชุดพละ หรือชุดลูกเสือเนตรนารี ให้กับบุตรหลานได้อย่างเหมาะสม การมีเครื่องแบบที่สะอาดและเหมาะสมช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนในการมาโรงเรียน และช่วยลดความแตกต่างทางฐานะสังคมในกลุ่มเพื่อน ทำให้เด็กทุกคนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนอย่างเท่าเทียมกัน
เจาะลึกรายการสนับสนุนที่ 5 ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน ประสบการณ์นอกห้องเรียนและการลงมือปฏิบัติจริงเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาทักษะชีวิต ด้วยเหตุนี้ รัฐจึงได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 5,480,248,100 บาท สำหรับค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน งบประมาณส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่างๆ เช่น ค่ายวิชาการ ทัศนศึกษา กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี กิจกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรม และกิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการและเทคโนโลยี การสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้นักเรียนได้ค้นพบความถนัดของตนเอง พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น และเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม
การปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวและการผูกพันงบประมาณ
จุดเด่นสำคัญของการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 คือการปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 มตินี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นการอนุมัติงบประมาณในลักษณะผูกพันต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ถึง พ.ศ. 2569 นั่นหมายความว่า ปี 2569 นี้จะเป็นปีสุดท้ายของวงรอบการปรับเพิ่มงบประมาณตามมติดังกล่าว การปรับเพิ่มนี้ครอบคลุมทั้งค่าจัดการเรียนการสอน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้โรงเรียนมีงบประมาณที่เพียงพอในการบริหารจัดการและรักษาคุณภาพการศึกษาให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล
นิยามศัพท์สำคัญเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน การทำความเข้าใจนิยามศัพท์ที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งจำเป็น คำว่า การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง งบประมาณที่รัฐจัดสรรให้สถานศึกษาครอบคลุมทั้ง 5 รายการที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อเป็นการการันตีว่ารัฐจะดูแลค่าใช้จ่ายพื้นฐานเหล่านี้ให้กับประชาชน ส่วนคำว่า นักเรียนยากจน นั้นมีเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจน กล่าวคือ หมายถึงนักเรียนที่มาจากครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน และต้องผ่านกระบวนการคัดกรองตามระบบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนที่ สพฐ. กำหนดอย่างเคร่งครัด การมีเกณฑ์ที่ชัดเจนเช่นนี้ช่วยให้งบประมาณถูกส่งต่อไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนและจำเป็นจริงๆ ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม
บทบาทของโรงเรียนพักนอนและการดูแลนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร
อีกหนึ่งคำนิยามที่สำคัญคือ โรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนประจำพักนอน ซึ่งหมายถึงโรงเรียนทั่วไปที่ได้จัดเตรียมที่พักอาศัยให้กับนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการ แต่มีบ้านเรือนอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างไกล หรือการคมนาคมไม่สะดวก ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปกลับโรงเรียนได้ทุกวัน โรงเรียนเหล่านี้ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอย่างถูกต้อง การสนับสนุนค่าอาหารและปัจจัยพื้นฐานให้กับนักเรียนกลุ่มนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญในการลดช่องว่างทางการศึกษา เพราะหากขาดการสนับสนุน เด็กๆ กลุ่มนี้อาจหลุดออกจากระบบการศึกษาได้ การมีที่พักและอาหารที่เพียงพอช่วยให้พวกเขามีโอกาสเรียนรู้ทัดเทียมกับเด็กในเมือง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเองต่อไป
แนวทางการบริหารจัดการสำหรับสถานศึกษา
สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบโครงการ การทำความเข้าใจรายละเอียดของโครงการในปีงบประมาณ 2569 เป็นสิ่งสำคัญมาก โรงเรียนจำเป็นต้องวางแผนการใช้งบประมาณทั้ง 5 รายการให้สอดคล้องกับระเบียบและแนวทางที่ สพฐ. กำหนด โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย การเก็บหลักฐานการเบิกจ่าย และการรายงานผลการดำเนินงานต้องเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน นอกจากนี้ โรงเรียนควรสื่อสารกับผู้ปกครองให้ชัดเจนว่านักเรียนจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง และเงินอุดหนุนส่วนไหนที่ผู้ปกครองได้รับเป็นเงินสด ส่วนไหนที่โรงเรียนเป็นผู้บริหารจัดการให้ เพื่อลดความสับสนและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น
ประโยชน์ที่ผู้ปกครองและนักเรียนจะได้รับ
โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาปี 2569 นี้ ส่งผลดีโดยตรงต่อผู้ปกครองและนักเรียนในหลายมิติ ประการแรกคือช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะครอบครัวที่มีรายได้น้อยหรือมีบุตรหลานหลายคน การได้รับสนับสนุนค่าเทอม ค่าเสื้อผ้า และค่าอุปกรณ์การเรียน ช่วยให้เงินในกระเป๋าของผู้ปกครองเหลือไปใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ ที่จำเป็นได้ ประการที่สองคือนักเรียนได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมีฐานะยากดีมีจน ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับหนังสือเรียน อุปกรณ์ และเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเหมือนกัน ซึ่งเป็นการสร้างความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
บทสรุปและการก้าวต่อไปของการศึกษาไทย
โดยสรุปแล้ว แนวทางการดำเนินงานตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ถือเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลและ สพฐ. ในการขับเคลื่อนนโยบายเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ด้วยงบประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาทที่กระจายลงสู่โรงเรียนทั่วประเทศ จะเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่หล่อเลี้ยงระบบการศึกษาไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง การยึดมั่นในหลักการเดิมพร้อมกับการปรับปรุงให้ทันสมัยตามมติคณะรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและความห่วงใยที่มีต่อเยาวชนของชาติ ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และชุมชน ร่วมมือกันดำเนินงานตามแนวทางนี้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตัวผู้เรียน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนในอนาคต การศึกษาที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้ง่ายคือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่เราจะมอบให้กับลูกหลาน และโครงการนี้คือหนึ่งความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ และปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและประเทศชาติ
สรุปแนวทางการดำเนินงานโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
“ลดภาระผู้ปกครอง สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา มุ่งสู่คุณภาพมาตรฐานสากล”
1. ภาพรวมโครงการ (Overview)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินโครงการเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายและลดภาระผู้ปกครองสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล – ม.ปลาย) โดยในปีงบประมาณ 2569 มีสาระสำคัญดังนี้:
- งบประมาณรวม: กว่า 41,299 ล้านบาท (41,299,544,700 บาท)
- หลักการ: สานต่อแนวทางจากปี 2568 และปฏิบัติตาม มติ ครม. (26 ก.ค. 2565) ที่เห็นชอบการปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายหัวแบบผูกพัน 4 ปี (2566-2569) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ
- เป้าหมาย: เด็กไทยทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
2. เจาะลึก 5 รายการสนับสนุนหลัก (5 Key Categories)
งบประมาณถูกจัดสรรลงสู่ 5 หมวดหมู่ที่จำเป็นต่อผู้เรียน ดังนี้:
1. ค่าจัดการเรียนการสอน (งบประมาณสูงสุด: 24,385 ล้านบาท)
เป็นหัวใจหลักของการบริหารโรงเรียน ครอบคลุม:
- เงินอุดหนุนรายหัว: เพื่อพัฒนาวิชาการและบริหารจัดการ
- เงินปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน: ช่วยเหลือเด็กขาดแคลนทุนทรัพย์
- ค่าอาหารนักเรียนประจำพักนอน: สำหรับโรงเรียนที่มีเด็กพักค้างคืน
2. ค่าหนังสือเรียน (5,057 ล้านบาท)
- จัดสรรตามมูลค่าหนังสือต่อชุดในแต่ละระดับชั้น
- เน้นหนังสือคุณภาพ ทันสมัย ตรงตามหลักสูตรแกนกลาง
3. ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (5,480 ล้านบาท)
- สนับสนุนกิจกรรมเสริมหลักสูตรนอกห้องเรียน
- ตัวอย่างกิจกรรม: ค่ายวิชาการ, ทัศนศึกษา, ลูกเสือ-เนตรนารี, กิจกรรมคุณธรรม และส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ/เทคโนโลยี
4. ค่าเครื่องแบบนักเรียน (3,520 ล้านบาท)
- จัดสรรเป็นอัตรา ต่อคน ต่อปี
- ครอบคลุม: ชุดนักเรียน, ชุดพละ, หรือชุดลูกเสือ-เนตรนารี
5. ค่าอุปกรณ์การเรียน (2,856 ล้านบาท)
- จัดสรรเป็นอัตรา ต่อคน ต่อภาคเรียน
- ครอบคลุม: สมุด, ปากกา, ดินสอ, สี, และอุปกรณ์เทคโนโลยีที่จำเป็น
3. นิยามและเกณฑ์ที่สำคัญ (Key Definitions)
| คำศัพท์สำคัญ | คำอธิบาย |
|---|---|
| นักเรียนยากจน | นักเรียนจากครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ย ไม่เกิน 3,000 บาท/เดือน และผ่านการคัดกรองตามเกณฑ์ สพฐ. |
| โรงเรียนพักนอน | โรงเรียนที่จัดที่พักให้เด็กในเขตบริการที่บ้านอยู่ในถิ่นทุรกันดาร/เดินทางลำบาก (ต้องได้รับอนุญาตจากเขตพื้นที่ฯ) |
| ปีงบประมาณ 2569 | ปีสุดท้ายของวงรอบการปรับเพิ่มงบประมาณตามมติ ครม. ปี 2565 (ปรับต่อเนื่อง 4 ปี) |
4. แนวทางปฏิบัติสำหรับโรงเรียน
- ความโปร่งใส: ต้องจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และเก็บหลักฐานการเบิกจ่ายให้ตรวจสอบได้
- การสื่อสาร: ต้องชี้แจงผู้ปกครองให้ชัดเจนว่า “ส่วนไหนรับเป็นเงินสด” และ “ส่วนไหนโรงเรียนบริหารจัดการให้”
- การวางแผน: บริหารงบประมาณทั้ง 5 รายการให้สอดคล้องกับระเบียบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักเรียน
5. ประโยชน์ที่ได้รับ (Benefits)
- ผู้ปกครอง: ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน (ค่าเทอม, ค่าชุด, ค่าอุปกรณ์) โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
- นักเรียน: เข้าถึงการศึกษาคุณภาพ มีอุปกรณ์และโภชนาการพร้อมทัดเทียมกัน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
- ประเทศชาติ: พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ ขับเคลื่อนประเทศได้อย่างยั่งยืน
สรุปข้อมูลจาก: บทความเจาะลึกแนวทางการดำเนินงานโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ตัวอย่างไฟล์เอกสาร



