วันอังคาร, มกราคม 27, 2026
spot_img
หน้าแรกข่าวการศึกษาการต่ออายุใบประกอบวิชาชีพครู ก่อนหมดอายุเสียค่าปรับ มาดูขั้นตอนต่อแบบง่ายๆ ได้เลย

การต่ออายุใบประกอบวิชาชีพครู ก่อนหมดอายุเสียค่าปรับ มาดูขั้นตอนต่อแบบง่ายๆ ได้เลย


สวัสดีเพื่อนๆ สมาชิก ครูต้นไผ่ดอทคอม ทุกท่านครับ วันนี้พบกับ ครูต้นไผ่ดอทคอม เช่นเคยครับ วันนี้แอดมินจะมาแนะนำให้เพื่อนๆ สมาชิกได้ศึกษาขั้นตอนในการต่อใบประกอบวิชาชีพครู ตามรายละเอียดดังนี้ ครับ

การต่ออายุใบประกอบวิชาชีพครู ก่อนหมดอายุเสียค่าปรับ มาดูขั้นตอนต่อแบบง่ายๆ ได้เลย

ใบประกอบวิชาชีพครู เส้นทางสู่การเป็นนักการศึกษาที่มีคุณภาพ

การเป็นครูในประเทศไทยเป็นอาชีพที่ต้องมีความรู้ ความสามารถ และคุณวุฒิเฉพาะด้าน ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ที่ต้องการเป็นครูต้องมีคือ ใบประกอบวิชาชีพครู เอกสารสำคัญฉบับนี้เป็นเสมือนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่แสดงให้เห็นว่าผู้ถือมีคุณสมบัติและความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นครูผู้สอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใบประกอบวิชาชีพครูถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมคุณภาพการศึกษา โดยคุรุสภาซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพครูที่มีหน้าที่ในการพัฒนาและยกย่องเกียรติคุณแห่งวิชาชีพครู ได้กำหนดมาตรฐานและกระบวนการในการออกใบประกอบวิชาชีพครูให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน การมีใบประกอบวิชาชีพครูไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันความสามารถเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่อการศึกษาของเยาวชนไทย

ความสำคัญของใบประกอบวิชาชีพครูในปัจจุบันมีมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี ทำให้บทบาทของครูในศตวรรษที่ 21 มีความซับซ้อนและท้าทายมากขึ้น ครูในยุคปัจจุบันไม่เพียงแต่ต้องมีความรู้ในวิชาที่สอนเท่านั้น แต่ยังต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยี การจัดการชั้นเรียน การพัฒนาหลักสูตร และการประเมินผลการเรียนรู้ที่หลากหลายและทันสมัย

การได้รับใบประกอบวิชาชีพครูมีขั้นตอนและเงื่อนไขที่ชัดเจน ผู้ที่ต้องการสมัครต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรีในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการสอน และต้องผ่านการศึกษาในหลักสูตรการเตรียมความพร้อมทางวิชาชีพครู หรือมีประสบการณ์การสอนตามที่คุรุสภากำหนด นอกจากนี้ยังต้องมีคุณธรรม จริยธรรม และไม่มีความประพฤติที่เสื่อมเสียต่อวิชาชีพครู

ประเภทของใบประกอบวิชาชีพครูแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามระดับการศึกษาและสาขาวิชาเฉพาะ ใบประกอบวิชาชีพครูประถมศึกษา ใบประกอบวิชาชีพครูมัธยมศึกษา ใบประกอบวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ ใบประกอบวิชาชีพครูการศึกษานอกระบบโรงเรียน และใบประกอบวิชาชีพครูอาชีวศึกษา แต่ละประเภทมีความเฉพาะเจาะจงและต้องมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป การเลือกประเภทใบประกอบวิชาชีพที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สมัครต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

กระบวนการสมัครใบประกอบวิชาชีพครูเริ่มต้นจากการเตรียมเอกสารที่จำเป็น ได้แก่ ใบสมัคร หลักฐานการศึกษา ใบรับรองแพทย์ ใบรับรองความประพฤติ และเอกสารอื่นๆ ตามที่คุรุสภากำหนด จากนั้นต้องยื่นใบสมัครภายในระยะเวลาที่กำหนดและชำระค่าธรรมเนียม หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติ หากผ่านการพิจารณาจะได้รับใบประกอบวิชาชีพครูและบัตรประจำตัวครูที่สามารถใช้ประกอบการทำงานในสถานศึกษาต่างๆ ได้

การต่ออายุใบประกอบวิชาชีพครูเป็นเรื่องสำคัญที่ครูทุกคนต้องให้ความสนใจ โดยปกติใบประกอบวิชาชีพจะมีอายุ 5 ปี และต้องทำการต่ออายุก่อนหมดอายุ เงื่อนไขในการต่ออายุรวมถึงการมีประสบการณ์การสอนหรือการทำงานในสถานศึกษา การพัฒนาตนเองทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง และการไม่มีความประพฤติที่เสื่อมเสียต่อวิชาชีพ การพัฒนาตนเองทางวิชาชีพสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การเข้าร่วมอบรมสeminาร์ การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น การทำวิจัยในชั้นเรียน หรือการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพอื่นๆ

ผลประโยชน์ของการมีใบประกอบวิชาชีพครูมีมากมายหลายด้าน ด้านการทำงาน ผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพจะสามารถสมัครงานในตำแหน่งครูในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีความมั่นคงในอาชีพ และได้รับเงินเดือนที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่กำหนด ด้านการพัฒนาตนเอง การมีใบประกอบวิชาชีพเป็นแรงจูงใจให้ครูพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี ด้านสังคม ครูที่มีใบประกอบวิชาชีพจะได้รับการยอมรับและเคารพนับถือจากสังคม เป็นที่พึ่งพาของชุมชนและนักเรียน

หลักสูตรการเตรียมความพร้อมทางวิชาชีพครูมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาครูให้มีคุณภาพ หลักสูตรนี้ประกอบด้วยเนื้อหาที่ครอบคลุมทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ เช่น จิตวิทยาการศึกษา หลักสูตรและการสอน การวัดและประเมินผล เทคโนโลยีการศึกษา การบริหารจัดการชั้นเรียน และจริยธรรมวิชาชีพครู นอกจากนี้ยังมีการฝึกปฏิบัติการสอนจริงในสถานศึกษา เพื่อให้ผู้ศึกษาได้ประสบการณ์ตรงและสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การศึกษาต่อเนื่องเป็นหัวใจสำคัญของวิชาชีพครู เนื่องจากโลกการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครูที่ดีต้องเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต โดยติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการ เทคนิคการสอนใหม่ๆ และแนวโน้มการศึกษาในอนาคต การเข้าร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนครู และการศึกษาวิจัยใหม่ๆ จะช่วยให้ครูมีความรู้ที่ทันสมัยและสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เทคโนโลยีการศึกษาในยุคดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงวิธีการสอนและการเรียนรู้อย่างมาก ครูที่มีใบประกอบวิชาชีพต้องมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เช่น การสร้างสื่อการเรียนการสอนดิจิทัล การจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ การใช้แอปพลิเคชันเพื่อการศึกษา และการประเมินผลแบบดิจิทัล ความรู้และทักษะเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังตอบสนองความต้องการของนักเรียนในยุคดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น

การจัดการชั้นเรียนเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญสำหรับครูทุกคน ครูที่มีประสบการณ์ต้องรู้จักวิธีการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนานักเรียน การจัดการพฤติกรรมนักเรียนอย่างเหมาะสม การสร้างแรงจูงใจในการเรียน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียน ทักษะเหล่านี้ต้องอาศัยการฝึกฝนและประสบการณ์ รวมทั้งความเข้าใจในจิตวิทยาของนักเรียนในแต่ละช่วงวัย

การวัดและประเมินผลเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการเรียนการสอน ครูต้องมีความสามารถในการออกแบบการประเมินที่หลากหลาย ทั้งการประเมินเพื่อการเรียนรู้ การประเมินระหว่างการเรียนรู้ และการประเมินผลการเรียนรู้ การใช้เครื่องมือการประเมินที่เหมาะสมกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ และการให้ข้อมูลป้อนกลับที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนานักเรียน ทั้งนี้การประเมินต้องเป็นธรรมและสะท้อนความสามารถที่แท้จริงของนักเรียน

จริยธรรมวิชาชีพครูเป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนและสังคม มีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม รับผิดชอบ และมีความเป็นมืออาชีพ การรักษาความลับของนักเรียน การไม่เลือกปฏิบัติ การแสดงความเอาใจใส่และห่วงใยต่อนักเรียนทุกคนอย่างเท่าเทียม และการไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน เป็นหลักการพื้นฐานที่ครูทุกคนต้องยึดถือ

ความท้าทายในวิชาชีพครูในศตวรรษที่ 21 มีหลายประการ การเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี ความหลากหลายของนักเรียน การขาดแคลนทรัพยากรการศึกษา และแรงกดดันจากการประเมินผลสัมฤทธิ์ เป็นต้น ครูต้องมีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ การทำงานเป็นทีม การร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน และการแสวงหาการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ครูสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การพัฒนาครูใหม่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย โรงเรียนควรมีระบบการปฐมนิเทศและการแนะแนวสำหรับครูใหม่ การมีครูพี่เลี้ยงที่คอยให้คำแนะนำและการสนับสนุน และการจัดกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ ส่วนครูใหม่เองก็ต้องมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เปิดใจรับฟังคำแนะนำ และพร้อมที่จะปรับปรุงการสอนของตนเองอย่างต่อเนื่อง

บทบาทของคุรุสภาในการพัฒนาวิชาชีพครูมีความสำคัญมาก นอกจากการออกใบประกอบวิชาชีพแล้ว คุรุสภายังมีหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ จัดกิจกรรมพัฒนาครู วิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษา และส่งเสริมการยกย่องเชิดชูเกียรติครูดีเด่น การทำงานของคุรุสภาจึงมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพครูและการศึกษาของประเทศโดยรวม

การสร้างเครือข่ายครูเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการพัฒนาวิชาชีพ การมีเครือข่ายครูในสาขาวิชาเดียวกันหรือในพื้นที่เดียวกัน จะช่วยให้ครูสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แบ่งปันแนวคิดและนวัตกรรม และให้การสนับสนุนซึ่งกันและกัน เครือข่ายเหล่านี้อาจเป็นทั้งในรูปแบบการพบปะโดยตรงหรือผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งทำให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง

การวิจัยในชั้นเรียนเป็นแนวทางหนึ่งที่ครูสามารถใช้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและตนเอง การทำวิจัยเพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอน การทดลองใช้วิธีการสอนใหม่ๆ หรือการศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน จะช่วยให้ครูมีความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้น และสามารถปรับปรุงการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลการวิจัยเหล่านี้ยังสามารถแบ่งปันให้กับครูคนอื่นๆ เพื่อประโยชน์ของการศึกษาโดยรวม

การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการพัฒนาตนเองของครู การศึกษาต่อระดับปริญญาโท ปริญญาเอก หรือการเข้าหลักสูตรระยะสั้นในสาขาที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ครูมีความรู้ที่ลึกซึ้งและทันสมัย มีโอกาสเลื่อนตำแหน่งในสายงาน และสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การศึกษาต่อควรสอดคล้องกับความต้องการของตนเองและสถานการณ์การทำงาน

การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวิชาการเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ครูสามารถพัฒนาตนเองได้ การเข้าร่วมการประชุมวิชาการ การนำเสนอผลงาน การเป็นวิทยากร หรือการเขียนบทความทางวิชาการ จะช่วยให้ครูได้แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนร่วมวิชาชีพ ได้รับความรู้ใหม่ๆ และสร้างชื่อเสียงในวงการศึกษา กิจกรรมเหล่านี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพที่มีค่าและอาจนำไปสู่โอกาสในการพัฒนาตนเองและอาชีพในอนาคต

ความสำคัญของการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศอื่นๆ สำหรับครูในยุคโลกาภิวัตน์ไม่สามารถมองข้ามได้ การมีทักษะภาษาต่างประเทศจะช่วยให้ครูสามารถเข้าถึงความรู้และนวัตกรรมการศึกษาจากต่างประเทศ มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนครูหรือศึกษาดูงาน และสามารถสื่อสารกับนักเรียนต่างชาติหรือในบริบทพหุวัฒนธรรม ทักษะเหล่านี้จึงเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในการพัฒนาอาชีพครู

การเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตเป็นสิ่งที่ครูทุกคนต้องให้ความสำคัญ โลกการศึกษากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ความเป็นจริงเสมือน และการเรียนรู้แบบปรับตัว ครูจึงต้องมีความยืดหยุ่นและพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหา และการสร้างสรรค์ จะช่วยให้ครูสามารถปรับตัวและเจริญเติบโตไปกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้

ต่อใบประกอบเรียบร้อย ต่อก่อนได้ 180 วัน ครับ

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หมายถึง ใบอนุญาตที่ออกให้แก่ครูซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาระดับปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา ทั้งของรัฐและเอกชน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งครูอยู่ก่อนแล้วตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ผู้ที่ประกอบวิชาชีพครู หรือจะประกอบวิชาชีพครูตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546

การขอขึ้นทะเบียน ผู้มีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้   

          – มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
          – มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง 
          – ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่าน
            เกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

ระวังเสียค่าปรับ ล่าช้าเดือนละสองร้อยนะครับอย่าลืมต่อใบประกอบกันนะครับ ทำขั้นตอนมาให้เผื่อมีประโยชน์ และก็เป็นแนวทางให้ทุกคนนะครับ

รายละเอียดดังนี้ ครับ

ทุกคนครับ ตอนนี้คุรุสภายกเลิกการส่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและบัตรประจำตัวมาให้ที่บ้านแล้วนะครับ ใช้ใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์แทน ทั้งหมดครับ

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จำแนกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

1. ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู (P-License) มีอายุ 2 ปี

ต้องเป็นผู้ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาครบ 1 ปีต่อเนื่อง และสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาที่คุรุสภาให้การรับรอง

2. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (B-License) มีอายุ 5 ปี

ต้องเป็นผู้ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาครบ 1 ปีต่อเนื่อง สำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาที่คุรุสภาให้การรับรอง และผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูครบตามที่คุรุสภากำหนด

3. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง (A-License) มีอายุ 7 ปี

ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูระดับ B-License และมีวิทยฐานะตั้งแต่ระดับชำนาญการ หรือเทียบเท่าขึ้นไป รวมถึงผ่านเกณฑ์การประเมินตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

ปัจจุบันมีการแก้ไขประเภทของใบประกอบแล้วนะครับ 1. คนที่เป็นครูผู้ช่วย ครู คศ.1 ให้เลือกต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (B-License) มีอายุ 5 ปี

2.คนที่ คศ.2 ขึ้นไปให้เลือกต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง (A-License) มีอายุ 7 ปี

เข้าเว็บต่อใบประกอบวิชาชีพครูจากลิงก์ด้านล่างนี้ นะครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา : คุรุสภา

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

ข่าวยอดนิยม

ความคิดเห็นล่าสุด