สวัสดีเพื่อนๆ สมาชิกทุกท่านครับ วันนี้ ครูต้นไผ่ดอทคอม ขอนำเสนอ ทำแบบทดสอบรับเกียรติบัตร ดาวน์โหลดที่นี่ ขอเชิญผู้สนใจทุกท่าน ดาวน์โหลดใบเกียรติบัตรแก่ผู้กู้ กยศ.ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี โดย กยศ.
ดาวน์โหลดที่นี่ ขอเชิญผู้สนใจทุกท่าน ดาวน์โหลดใบเกียรติบัตรแก่ผู้กู้ กยศ.ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี โดย กยศ.

ทุกเรื่องของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. ที่นักเรียนและผู้ปกครองต้องรู้
กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือที่เรียกกันอย่างแพร่หลายว่า กยศ เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทยทุกคน โดยไม่คำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว นับตั้งแต่การก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2544 กองทุนแห่งนี้ได้ช่วยเหลือนักศึกษาไทยนับแสนคนให้สามารถเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้อย่างเท่าเทียม
ในยุคปัจจุบันที่ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้และมีเงื่อนไขที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวไทยจำนวนมาก กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาจึงไม่ใช่เพียงแหล่งเงินทุน แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความฝันและความเป็นจริงของเยาวชนไทยที่ต้องการพัฒนาตนเองผ่านการศึกษา
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาอย่างถูกต้องและครบถ้วนจะช่วยให้นักศึกษาและผู้ปกครองสามารถวางแผนทางการเงินและการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนสมัคร การดำเนินการขณะศึกษา ไปจนถึงการวางแผนการชำระคืนหลังจากสำเร็จการศึกษา
ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษามีรากฐานมาจากการตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาในการพัฒนาประเทศ ในช่วงต้นทศวรรษ 2540 รัฐบาลได้เล็งเห็นว่าการขาดแคลนทุนทรัพย์เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เยาวชนไทยจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาได้ จึงได้มีการจัดตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาขึ้นในปี พ.ศ. 2544 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่นักศึกษาที่มีความประสงค์จะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา แต่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้มีการปรับปรุงและพัฒนาระบบการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การขยายขอบเขตการให้ความช่วยเหลือจากเดิมที่เน้นเฉพาะการศึกษาในประเทศ ไปสู่การรองรับการศึกษาในต่างประเทศด้วย การปรับปรุงเงื่อนไขการกู้ยืมให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้การบริการมีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการปรับเปลี่ยนชื่อจาก “กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา” เป็น “กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” หรือ กยศ ในปี พ.ศ. 2551 พร้อมกับการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันกองทุนอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (สกยศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทยอย่างชัดเจน จากสถิติการให้ความช่วยเหลือที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มต้นที่ให้ความช่วยเหลือนักศึกษาเพียงหลายพันคนในปีแรก ๆ ไปจนถึงปัจจุบันที่ให้ความช่วยเหลือนักศึกษาหลายแสนคนต่อปี แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการเข้าถึงบริการที่ดีขึ้น
ประเภทและรูปแบบของการกู้ยืมผ่านกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษามีความหลากหลายเพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของนักศึกษา โดยแบ่งออกเป็นหลายประเภทหลัก ได้แก่ กยศ เต็มจำนวน กยศ ย่อย และ กยศ พิเศษ แต่ละประเภทมีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน
กยศ เต็มจำนวน เป็นการกู้ยืมที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาแบบครบวงจร ตั้งแต่ค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์การศึกษา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การกู้ยืมประเภทนี้เหมาะสำหรับนักศึกษาที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยและต้องการความช่วยเหลือด้านการเงินอย่างครอบคลุม เงื่อนไขการกู้ยืมจะพิจารณาจากรายได้ของครอบครัวและฐานะทางเศรษฐกิจโดยรวม
กยศ ย่อย หรือที่เรียกว่า กยศ บางส่วน เป็นการกู้ยืมที่ครอบคลุมเฉพาะบางส่วนของค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา อาจเป็นเพียงค่าเล่าเรียนหรือค่าครองชีพเท่านั้น การกู้ยืมประเภทนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีรายได้ปานกลางและต้องการความช่วยเหลือด้านการเงินเป็นบางส่วน หรือนักศึกษาที่สามารถหาแหล่งทุนเสริมจากแหล่งอื่นได้
กยศ พิเศษ เป็นการกู้ยืมที่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น การกู้ยืมสำหรับการศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลนบุคลากร การกู้ยืมสำหรับนักศึกษาที่มีความสามารถพิเศษทางวิชาการ หรือการกู้ยืมสำหรับการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลหรือชายแดน เงื่อนไขการพิจารณาและการชำระคืนอาจมีความแตกต่างจากการกู้ยืมปกติ
นอกจากการแบ่งตามประเภทการกู้ยืมแล้ว ยังมีการแบ่งตามระดับการศึกษา ได้แก่ ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก แต่ละระดับมีอัตราการกู้ยืมและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้รับการสนับสนุนมากที่สุด เนื่องจากเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการประกอบอาชีพ
เงื่อนไขการขอกู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษามีความชัดเจนและเป็นระบบ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างยุติธรรมและโปร่งใส เงื่อนไขหลักที่สำคัญได้แก่ เงื่อนไขด้านสัญชาติและที่อยู่อาศัย เงื่อนไขด้านการศึกษา เงื่อนไขด้านรายได้ครอบครัว และเงื่อนไขด้านผู้ค้ำประกัน
เงื่อนไขด้านสัญชาติและที่อยู่อาศัยกำหนดให้ผู้กู้ต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย หรือบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนไทย หรือบุตรของบุคคลดังกล่าว และมีภูมิลำเนาหรือที่อยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามปีก่อนวันยื่นคำขอ เงื่อนไขนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ได้รับความช่วยเหลือจะใช้ประโยชน์จากการศึกษาในการพัฒนาประเทศไทย
เงื่อนไขด้านการศึกษากำหนดให้ผู้กู้ต้องเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาหรือจะเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับการศึกษาในต่างประเทศจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานของสถาบันการศึกษา ผลการเรียนที่ผู้กู้ต้องรักษาไว้ และแผนการกลับมาใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ของประเทศ
เงื่อนไขด้านรายได้ครอบครัวเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาความเหมาะสมของผู้ขอกู้ยืม โดยกำหนดเพดานรายได้ครอบครัวต่อปีไม่เกินจำนวนที่กำหนด ซึ่งมีการปรับปรุงตามสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพ การคำนวณรายได้ครอบครัวจะรวมรายได้ของบิดามารดาหรือผู้ปกครองทุกประเภท ทั้งรายได้ประจำและรายได้ไม่ประจำ
เงื่อนไขด้านผู้ค้ำประกันกำหนดให้ผู้กู้ต้องมีผู้ค้ำประกันตามจำนวนและคุณสมบัติที่กำหนด โดยผู้ค้ำประกันต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการชำระหนี้แทนผู้กู้ในกรณีที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ การกำหนดผู้ค้ำประกันมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงของกองทุนและสร้างความรับผิดชอบแก่ผู้กู้ในการชำระคืนเงินกู้
ขั้นตอนการสมัครกู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้รับการออกแบบให้มีความสะดวกและเข้าใจง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความครบถ้วนและละเอียดเพียงพอสำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติ ขั้นตอนหลักประกอบด้วย การเตรียมเอกสาร การยื่นคำขอ การตรวจสอบเอกสาร การพิจารณาอนุมัติ และการลงนามในสัญญา
แบบฟอร์มคำขอกู้ยืมสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือรับได้จากสถาบันการศึกษา การกรอกแบบฟอร์มต้องใช้ความระมัดระวังในการให้ข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้ในการตรวจสอบคุณสมบัติและการติดต่อในอนาคต หากมีการให้ข้อมูลเท็จอาจส่งผลให้ถูกยกเลิกสิทธิ์
การยื่นคำขอสามารถทำได้หลายช่องทาง ได้แก่ การยื่นผ่านระบบออนไลน์ การยื่นที่สถาบันการศึกษา หรือการยื่นที่สำนักงานกองทุนโดยตรง ช่องทางออนไลน์เป็นที่นิยมมากที่สุดเนื่องจากความสะดวกและรวดเร็ว ผู้สมัครสามารถติดตามสถานะการดำเนินการได้ตลอดเวลา และได้รับการแจ้งเตือนผ่านระบบอัตโนมัติ
การตรวจสอบเอกสารจะดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของกองทุนอย่างละเอียดถี่ถ้วน หากพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะติดต่อผู้สมัครเพื่อขอให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสาร ระยะเวลาการตรวจสอบจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละกรณีและจำนวนผู้สมัครในช่วงเวลานั้น
การพิจารณาอนุมัติจะใช้เกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้สมัคร ความสามารถในการชำระคืน และนโยบายของกองทุน ผลการพิจารณาจะถูกแจ้งให้ผู้สมัครทราบผ่านช่องทางที่ระบุไว้ในใบสมัคร หากได้รับอนุมัติจะมีการนัดหมายลงนามในสัญญา
การลงนามในสัญญาเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะได้รับเงินกู้ ผู้กู้และผู้ค้ำประกันต้องมาลงนามพร้อมกัน และทำความเข้าใจกับเงื่อนไขต่าง ๆ ในสัญญาอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่จะอธิบายสิทธิและหน้าที่ของผู้กู้ รวมถึงขั้นตอนการรับเงินและการชำระคืนในอนาคต
ประโยชน์และข้อดีของการใช้บริการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษามีมากมายและครอบคลุมหลายมิติ ทั้งในแง่ของตัวผู้กู้เอง ครอบครัว และสังคมโดยรวม ประโยชน์หลักที่เห็นได้ชัดเจนคือการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้ที่มีความสามารถแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทำให้สามารถพัฒนาตนเองและสร้างอนาคตที่ดีขึ้นได้
ข้อดีด้านการเงินของการใช้บริการ กยศ คือการที่ผู้กู้ไม่ต้องชำระดอกเบี้ยในระหว่างที่ยังศึกษาอยู่ ซึ่งช่วยลดภาระทางการเงินของครอบครัวได้อย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการกู้ยืมจากแหล่งเงินทุนอื่น ๆ เช่น ธนาคารพาณิชย์ จะพบว่า กยศ มีเงื่อนไขที่อ่อนโยนกว่ามาก อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า และมีระยะเวลาการชำระคืนที่ยืดหยุ่นมากกว่า
ระบบการชำระคืนของ กยศ ได้รับการออกแบบให้คำนึงถึงสถานการณ์ของผู้กู้หลังสำเร็จการศึกษา โดยจะเริ่มชำระหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วสองปี ให้เวลาแก่ผู้กู้ในการหางานและปรับตัวเข้ากับการทำงาน อัตราการชำระคืนจะคำนวณตามรายได้ที่แท้จริงของผู้กู้ ไม่ใช่จำนวนเงินตายตัว ซึ่งช่วยให้ผู้กู้สามารถชำระคืนได้โดยไม่เป็นภาระมากเกินไป
นอกจากประโยชน์ด้านการเงินแล้ว การใช้บริการ กยศ ยังช่วยสร้างวินัยทางการเงินให้กับผู้กู้ เนื่องจากจะต้องเรียนรู้การวางแพรและจัดการการเงินส่วนตัว การออม และการลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการชำระคืนในอนาคต ทักษะเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ตลอดชีวิตและช่วยให้มีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น
ข้อดีอีกประการหนึ่งคือการที่ กยศ เปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถเลือกศึกษาในสาขาวิชาที่ตนเองมีความสนใจและถนัดมากที่สุด โดยไม่ต้องคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายค่าใช้จ่าย สิ่งนี้มีผลต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ เนื่องจากคนจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อได้ทำในสิ่งที่ตนรักและถนัด
คำชี้แจง ดาวน์โหลดใบเกียรติบัตรแก่ผู้กู้ กยศ.ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี
กยศ.ออกเกียรติบัตรให้กับผู้กู้ที่มีประวัติการชำระเงินคืนดี
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นหน่วยงานของรัฐในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเป็นทุนหมุนเวียนที่สร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ ด้วยการให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษา ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา กองทุนได้เล็งเห็นว่า ผู้กู้ยืมที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาทุกคนล้วนเป็นกำลังสำคัญในการทำประโยชน์ให้แก่สังคม รวมถึงขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่มีประวัติการชำระเงินคืนกองทุนตามกำหนดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กองทุนจึงได้ดำเนินการจัดทำเกียรติบัตรขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้กู้ยืมเงิน และเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ที่มีจิตสำนึกความรับผิดชอบและมีวินัยทางการเงินดีเยี่ยม
หลักเกณฑ์เงื่อนไขของผู้กู้ยืมที่ได้รับเกียรติบัตรจากกองทุน แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้
ประเภทที่ 1 กลุ่มผู้กู้ดีเลิศ : ผู้กู้ยืมที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้เลย และปิดบัญชีแล้ว
- ต้องเคยเป็นผู้กู้ยืมเงิน กยศ.
- ต้องมีการชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนครบถ้วน และมีสถานะปิดบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
- ต้องไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ แม้แต่ครั้งเดียว
ประเภทที่ 2 กลุ่มผู้กู้ดีเยี่ยม : ผู้กู้ยืมที่ชำระเงินคืนปิดบัญชีแล้ว
- ต้องเคยเป็นผู้กู้ยืมเงิน กยศ.
- ต้องมีการชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนครบถ้วน และมีสถานะปิดบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ประเภทที่ 3 กลุ่มผู้กู้ดี : ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระเงินคืนสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ)
- ต้องเป็นผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระเงินคืนกองทุน ซึ่งอยู่ระหว่างการชำระเงินอย่างต่อเนื่อง
- ต้องมีสถานะการชำระเงินกู้ยืมเป็นปกติ และมีสถานะไม่ค้างชำระหนี้
- กรณีเคยผิดนัดชำระหนี้ แต่ปัจจุบันสามารถกลับมาชำระเงินคืนครบถ้วนตามงวดที่ค้างชำระแล้ว
ตัวอย่างเกียรติบัตร



